empty
 
 
03.04.2026 04:16 AM
ภาพรวม GBP/USD วันที่ 3 เมษายน: เงินปอนด์ยังไม่อาจฟื้นตัวจากภาวะอ่อนแรง...
This image is no longer relevant

คู่สกุลเงิน GBP/USD ดิ่งลงอย่างรุนแรงด้วยความเร็วสูงในวันพฤหัสบดี หากเราลองถามเทรดเดอร์ให้ช่วยระบุสาเหตุที่มีแนวโน้มมากที่สุดของการร่วงลงครั้งนี้ ทุกคนน่าจะตอบได้ถูกต้องครบทุกข้อ ตามธรรมชาติแล้ว เหตุสำคัญคือการออกแถลงการณ์ต่อชาติของประธานาธิบดีสหรัฐฯ Donald Trump อีกครั้งในช่วงค่ำที่ผ่านมา ทั้งนี้ค่อนข้างยากจะเข้าใจว่า “แถลงการณ์ต่อชาติ” แตกต่างจากการให้สัมภาษณ์ทั่วไปหรือโพสต์บนโซเชียลมีเดียอย่างไร เนื่องจากผู้นำจากทำเนียบขาวมักกล่าวถ้อยแถลงที่ขัดแย้งกันเองทั้งในรูปแบบแถลง การให้สัมภาษณ์ และการโพสต์ออนไลน์ เมื่อคืนนี้ Trump กล่าวก่อนว่าความขัดแย้งในอิหร่านอาจยุติลงได้ภายในไม่กี่สัปดาห์ ก่อนจะกลับลำมาขู่ทันทีว่าจะ “ระเบิดอิหร่านให้แหลกเป็นชิ้น ๆ” ส่งพวกเขากลับไปสู่ยุคหิน ตลาดซึ่งจับสัญญาณความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นได้ ก็รีบแห่เข้าซื้อดอลลาร์กันอีกครั้ง

ในความเป็นจริง ณ จุดนี้เราก็แทบจะสรุปบทความได้แล้ว เพราะแทบไม่มีอะไรจะพูดเพิ่มเติมอีก ปัจจัยทางเทคนิคแทบไม่มีความหมายในทุกกรอบเวลา ยกเว้นอาจเป็นกรอบสั้นมาก ๆ ซึ่งเทรดเดอร์เพียงแค่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของมุมมองระหว่างวันอันมีต้นตอมาจากประธานาธิบดีสหรัฐฯ ด้านปัจจัยพื้นฐานและมหภาคถูกดันให้ “ตกขอบเวที” มาแล้วราว ๆ หนึ่งเดือนครึ่ง วันอังคารและวันพุธเราเห็นการปรับขึ้นอย่างแข็งแกร่งของคู่เงิน แต่วันพฤหัสบดีกลับเป็นการดิ่งลงอย่างหนัก และในวันศุกร์ Trump ก็อาจออกมาให้สัมภาษณ์หรือโพสต์อะไรใหม่ ๆ ที่ทำให้คนส่วนใหญ่ช็อกได้อีก ขณะเดียวกันสหรัฐฯ ก็จะเผยตัวเลขสำคัญอย่างรายงาน Non-Farm Payroll และอัตราการว่างงาน

เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ ลองมาดูข้อมูลเศรษฐกิจกันบ้าง โดยคาดว่าอัตราการว่างงานในสหรัฐฯ เดือนมีนาคมจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 4.5% ขณะที่จำนวนตำแหน่งงานใหม่ในภาคนอกภาคเกษตรคาดว่าจะเพิ่มเพียงราว 50,000–60,000 ตำแหน่ง ขอเตือนเทรดเดอร์ถึงประเด็นสำคัญสองข้อ การเพิ่มขึ้นเพียง 50,000–60,000 ตำแหน่งนั้นแทบไม่มีนัยสำคัญใด ๆ ต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ หากต้องการอย่างน้อยไม่ให้อัตราการว่างงานสูงขึ้น เศรษฐกิจจำเป็นต้องสร้างงานใหม่ราว 150,000–200,000 ตำแหน่งต่อเดือน แม้ในช่วงรัฐบาล Joe Biden ที่ตัวเลข Non-Farm เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 120,000–150,000 ตำแหน่งต่อเดือน อัตราการว่างงานก็ยังมีแนวโน้มขยับขึ้นอยู่ดี ดังนั้นตัวเลข 50,000–60,000 ตำแหน่งจึงถือว่าน้อยมาก

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ตลาดจะตอบสนองไม่ใช่ตัวเลขจริงแบบลอย ๆ แต่คือความสัมพันธ์ระหว่าง “ตัวเลขจริง” กับ “ตัวเลขคาดการณ์” ดังนั้นหากวันนี้ออกมาที่ 70,000–80,000 ตำแหน่ง ก็อาจเพียงพอให้ดอลลาร์กลับมาแข็งค่าขึ้นได้อีก เป็นความย้อนแย้งอย่างหนึ่งที่ว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ อาจอยู่ในภาวะลำบาก แต่ในเวลาเดียวกันตลาดกลับไม่ได้ประเมิน “สภาพจริง” ของเศรษฐกิจ หากแต่ประเมินว่า “ผลลัพธ์จริง” ใกล้เคียงหรือต่างจากที่ตลาดคาดไว้มากน้อยเพียงใด

แล้วเรายังจะพูดอะไรได้อีก? การคาดการณ์ทิศทางของคู่เงินในตอนนี้ทำได้อย่างมากก็แค่ในกรอบหนึ่งวัน ขณะที่ต้องลุ้นว่าระหว่างที่ถือสถานะเปิดอยู่ Donald Trump จะไม่ออกมาโพสต์อะไรบน Truth Social หรือให้ความเห็นจากบนเครื่องบินประจำตำแหน่งเสียก่อน ความขัดแย้งในตะวันออกกลางก็ยังห่างไกลจากคำว่าสิ้นสุด

This image is no longer relevant

ความผันผวนเฉลี่ยของคู่เงิน GBP/USD ในช่วงห้าวันทำการล่าสุด ณ วันที่ 3 เมษายน อยู่ที่ 113 pips ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับ “สูง” ในวันศุกร์ที่ 3 เมษายน เราคาดว่าคู่นี้จะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่างระดับ 1.3121 และ 1.3347 ช่องบนของเส้น Linear Regression ได้หันตัวลง แสดงถึงการเปลี่ยนทิศทางของเทรนด์ อินดิเคเตอร์ CCI ได้เข้าสู่เขตขายมากเกินไป (oversold) สองครั้ง และยังได้สร้างสัญญาณ “bullish divergence” ซึ่งเป็นการเตือนอีกครั้งว่าทิศทางขาลงอาจใกล้สิ้นสุด อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้ปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังมีน้ำหนักมากกว่าสัญญาณทางเทคนิค

แนวรับใกล้เคียง:

  • S1 – 1.3184
  • S2 – 1.3123
  • S3 – 1.3062

แนวต้านใกล้เคียง:

  • R1 – 1.3245
  • R2 – 1.3306
  • R3 – 1.3367

คำแนะนำในการเทรด:

คู่เงิน GBP/USD ยังคงเคลื่อนไหวในทิศทางขาลงซึ่งดำเนินมาต่อเนื่องเป็นเวลาเดือนครึ่ง แต่ภาพระยะยาวยังไม่เปลี่ยนแปลง นโยบายของ Trump จะยังคงกดดันเศรษฐกิจสหรัฐฯ ดังนั้นเราจึงไม่คาดว่าค่าเงินดอลลาร์สหรัฐจะแข็งค่าขึ้นในปี 2026 ดังนั้นคำสั่งซื้อ (long positions) โดยมีเป้าหมายที่ระดับ 1.3916 ขึ้นไปยังคงมีความเหมาะสมเมื่อราคายืนอยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ เมื่อราคาอยู่ต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ สามารถพิจารณาเปิดคำสั่งขาย (short positions) ได้ โดยมีเป้าหมายที่ระดับ 1.3184 และ 1.3123 โดยอ้างอิงจากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ข่าวและเหตุการณ์ต่าง ๆ แทบทั้งหมดเป็นปัจจัยลบต่อค่าเงินปอนด์อังกฤษ ส่งผลให้แนวโน้มขาลงยืดเยื้อออกไป

คำอธิบายสำหรับภาพประกอบ:

  • ช่อง Linear Regression ใช้ช่วยระบุเทรนด์ปัจจุบัน หากทั้งสองช่องชี้ไปในทิศทางเดียวกัน แสดงว่าเทรนด์มีความแข็งแกร่ง
  • เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (การตั้งค่า 20.0, smoothed) ใช้กำหนดเทรนด์ระยะสั้นและทิศทางหลักที่ควรเปิดสถานะเทรดในช่วงเวลาปัจจุบัน
  • ระดับ Murray คือระดับราคาเป้าหมายสำหรับการเคลื่อนไหวและการพักตัว (correction)
  • ระดับความผันผวน (เส้นสีแดง) แสดงกรอบราคาที่มีความเป็นไปได้ที่คู่เงินจะเคลื่อนไหวอยู่ภายในวันถัดไป โดยอ้างอิงจากตัวชี้วัดความผันผวนในปัจจุบัน
  • อินดิเคเตอร์ CCI: การที่ค่าเข้าเขตขายมากเกินไป (ต่ำกว่า -250) หรือเขตซื้อมากเกินไป (สูงกว่า +250) เป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าเทรนด์อาจใกล้ถึงจุดกลับตัวไปในทิศทางตรงกันข้าม



Recommended Stories

หากไม่สะดวกคุยในตอนนี้
ระบุคำถามไว้ได้ใน แชท.